เหตุการณ์โศกนาฏกรรมเครนก่อสร้างพังถล่มใส่ขบวนรถไฟในพื้นที่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ได้สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมอย่างหนัก โดยเฉพาะครอบครัวของผู้เสียชีวิต หนึ่งในนั้นคือสองพี่น้องจากตระกูล “เย็ง” ได้แก่ นายอักมาน อายุ 33 ปี และนายซูไฮมิน อายุ 31 ปี ที่จากไปพร้อมกันอย่างไม่มีวันกลับ

ทั้งสองตั้งใจเดินทางจากกรุงเทพมหานครเพื่อไปดูการแข่งขันฟุตบอล แต่กลับต้องจบการเดินทางลงด้วยความสูญเสียที่ไม่มีใครคาดคิด บ้านที่จังหวัดยะลาซึ่งเคยเต็มไปด้วยความหวัง บัดนี้เหลือเพียงเสียงร้องไห้และความเงียบงัน ญาติพี่น้องนั่งรอด้วยหัวใจที่แตกสลาย ขณะที่ผู้เป็นพ่อวัย 65 ปี แทบไม่เหลือน้ำตาให้หลั่งอีกต่อไป
พ่อของทั้งสองเล่าด้วยเสียงสั่นเครือว่า ลูกชายทั้งคู่ทำงานเป็นไรเดอร์อยู่ที่กรุงเทพฯ เป็นเด็กดี เคร่งศาสนา และกตัญญูอย่างยิ่ง คอยส่งเงินกลับมาดูแลครอบครัว สร้างบ้าน และส่งน้องๆ เรียนหนังสือ ทั้งสองถือเป็นเสาหลักที่ค้ำจุนครอบครัวมาโดยตลอด
“พ่อไม่ต้องทำงานหนักแล้ว ไปละหมาดที่มัสยิดอย่างเดียว เดี๋ยวลูกดูแลเอง” คือคำพูดที่ลูกชายมักบอกกับพ่ออยู่เสมอ และกลายเป็นความทรงจำที่เจ็บปวดที่สุดในวันนี้
ก่อนเกิดเหตุไม่นาน นายอักมานได้โทรศัพท์ไปหาแม่ด้วยน้ำเสียงสดใส บอกว่าเปลี่ยนใจไม่ขึ้นรถทัวร์ แต่เลือกนั่งรถไฟชั้น 2 แทน เพราะคิดว่า “ปลอดภัยกว่า” ไม่มีใครคาดคิดว่าการตัดสินใจครั้งนั้น จะพรากชีวิตเสาหลักของครอบครัวไปพร้อมกันถึงสองคน
เบื้องต้น ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาได้ลงพื้นที่เพื่อให้กำลังใจครอบครัว พร้อมเตรียมขอพระราชทานดินในการประกอบพิธีศพเป็นกรณีพิเศษ เพื่อเป็นเกียรติในวาระสุดท้ายของผู้เสียชีวิต
สังคมต่างร่วมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวเย็ง พร้อมภาวนาให้ดวงวิญญาณของสองพี่น้องไปสู่สุคติ และขอให้ความสูญเสียครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญ เพื่อไม่ให้โศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต