เพื่อนอาลัย หนุ่มกู้ภัยเหยื่อนเครนถล่มที่โคราช วันเกิดเหตุต้องนั่งรถไฟไปหาหมอที่บุรีรัมย์ เพื่อนร่วมงานเสียดายคนดีต้องมาจากไปกะทันหัน

เพื่อนอาลัย หนุ่มกู้ภัยเหยื่อนเครนถล่มที่โคราช วันเกิดเหตุต้องนั่งรถไฟไปหาหมอที่บุรีรัมย์ เพื่อนร่วมงานเสียดายคนดีต้องมาจากไปกะทันหัน

เพื่อนอาลัย หนุ่มกู้ภัยเหยื่อนเครนถล่มที่โคราช วันเกิดเหตุต้องนั่งรถไฟไปหาหมอที่บุรีรัมย์ เพื่อนร่วมงานเสียดายคนดีต้องมาจากไปกะทันหัน

เพื่อนอาลัย หนุ่มกู้ภัยเหยื่อนเครนถล่มที่โคราช วันเกิดเหตุต้องนั่งรถไฟไปหาหมอที่บุรีรัมย์ เพื่อนร่วมงานเสียดายคนดีต้องมาจากไปกะทันหัน

เพื่อนร่วมงานอาลัย “กิ๊ก” อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู เหยื่อเครนถล่มทับรถไฟ เผยเจ้าตัวกำลังเดินทางไปหาหมอตามนัด แต่ต้องมาจบชีวิตลงอย่างน่าเศร้า

จากกรณีอุบัติเหตุรถด่วนพิเศษ ขบวนที่ 21 เส้นทางกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ถูกเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงหล่นทับตู้โดยสาร บริเวณอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เมื่อช่วงเช้าวันที่ 14 มกราคม 2569 ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต โดยหนึ่งในผู้เสียชีวิตคือ นายปฏิพันธ์ ยิ้มสมบูรณ์ หรือ กิ๊ก อายุ 39 ปี เจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุฉุกเฉินและอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเสียชีวิตที่โรงพยาบาลปากช่องนานาในเวลาต่อมา

นายทศพล ฟักประไพ อายุ 40 ปี ผู้บริหารการแพทย์ฉุกเฉินร่วมกตัญญู จังหวัดนนทบุรี เพื่อนร่วมงานของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตนและผู้เสียชีวิตทำงานร่วมกันมาเกือบ 15 ปี ตั้งแต่เริ่มเป็นอาสาสมัคร โดยผู้เสียชีวิตอาศัยอยู่ตัวคนเดียวเนื่องจากมารดาเสียชีวิตไปแล้ว ปัจจุบันทำงานรับแจ้งเหตุและทำงานพาร์ตไทม์ที่สนามแข่งรถจังหวัดบุรีรัมย์ ล่าสุดเพิ่งพูดคุยกันผ่านแอปพลิเคชันติ๊กต็อกเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยผู้เสียชีวิตเป็นคนนิสัยดี ชอบช่วยเหลือผู้อื่น และมีความสามารถ

เพื่อนร่วมงานเล่าต่อว่า ทราบข่าวจากระบบแจ้งเตือน SOS เข้ามาที่โทรศัพท์ว่าเพื่อนประสบอุบัติเหตุ จึงช่วยกันตรวจสอบข้อมูลจนทราบว่าเป็นนายปฏิพันธ์จริง ซึ่งกำลังเดินทางไปพบแพทย์ตามนัดที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ เพื่อนอีกคนจึงรีบเดินทางไปดูอาการที่จังหวัดนครราชสีมา พบว่าได้รับบาดเจ็บสาหัส ปอดทะลุ เจ้าหน้าที่พยายามปั๊มหัวใจช่วยชีวิต 3-4 รอบ แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตในที่สุด

นายทศพล ยอมรับว่ารู้สึกตกใจและเสียใจมาก ภาวนาขอให้แค่บาดเจ็บ แต่สุดท้ายเพื่อนก็จากไป ซึ่งขณะนี้ติดต่อญาติได้แล้ว โดยญาติมอบอำนาจให้เพื่อน ๆ เป็นผู้ดำเนินการจัดงานศพ และจะเคลื่อนย้ายร่างกลับมาประกอบพิธีทางศาสนาที่จังหวัดนนทบุรี

นอกจากนี้ เพื่อนผู้เสียชีวิตยังฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เพิ่มมาตรการความปลอดภัยและดูแลเยียวยาผู้สูญเสียทุกครอบครัว เพราะไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ สำหรับกำหนดการบำเพ็ญกุศล ทีมงานจะเคลื่อนย้ายร่างกลับมาที่ศาลา 2 วัดไผ่เหลือง ตำบลบางรักพัฒนา อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ในวันที่ 15 มกราคม 2569 และจะมีพิธีสวดอภิธรรมเป็นเวลา 3 คืน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *