จากโคราชถึงสุรินทร์ ระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร “พี่อำนาจ” ตัดสินใจขับรถมาด้วยตัวเอง พร้อมอุปกรณ์ครบชุด เพื่อเจาะบ่อบาดาลให้ทหารในพื้นที่ได้มีน้ำกินน้ำใช้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว
เขาเป็นเพียงคนธรรมดาที่ทำธุรกิจโซล่าเซลล์ มีรายได้มั่นคง มีบ้านที่อบอุ่น และชีวิตที่ไม่ได้ลำบากอะไร แต่เมื่อเห็นว่าพื้นที่หนึ่งกำลังขาดแคลนน้ำ เขาเลือกสละเวลา ใช้ทุนส่วนตัว ลงแรง ลงเครื่องมือ ร่วมกับทีมงาน เพื่อให้ภารกิจสำเร็จลุล่วง ท่ามกลางแดดร้อนจัด ดินโคลน และความเหน็ดเหนื่อยที่ไม่ใช่น้อย
สำหรับเขา นี่ไม่ใช่เรื่องของชื่อเสียง
ไม่ใช่เรื่องของยอดไลก์
และไม่ใช่เรื่องของผลตอบแทน

แต่น่าเสียดายที่ในโลกออนไลน์ ความดีบางครั้งไม่ได้รับการต้อนรับด้วยคำชื่นชมเสมอไป เสียงวิจารณ์ตามมาอย่างรวดเร็ว บางคนตั้งคำถามว่า “ทำดีหวังผลหรือเปล่า” บางคนบอกว่า “เดี๋ยวก็เปิดรับบริจาค” หรือแม้กระทั่งกล่าวหาว่า “ทำไมไม่เห็นทำจริง คงทำคอนเทนต์มากกว่า”
คำพูดเหล่านี้อาจเป็นเพียงข้อความสั้น ๆ สำหรับคนพิมพ์
แต่สำหรับคนที่ลงแรงจริง มันคือความเหนื่อยใจที่หนักหนากว่าความเหนื่อยกาย

พี่อำนาจไม่ได้ออกมาปกป้องตัวเองด้วยถ้อยคำยาวเหยียด เขาเพียงบอกว่า หากการช่วยเหลือกลับกลายเป็นสิ่งที่ต้องถูกตั้งข้อสงสัยทุกครั้ง บางทีครั้งหน้าก็คงต้องคิดหนักว่าจะยื่นมือออกไปดีหรือไม่
เรื่องราวนี้สะท้อนบางอย่างในสังคมเรา
ในวันที่ใครสักคนลุกขึ้นมาทำความดี
แทนที่เราจะสนับสนุนหรืออย่างน้อยให้กำลังใจ
เรากลับรีบตั้งคำถามก่อนเสมอ
แน่นอนว่า การตั้งคำถามไม่ใช่เรื่องผิด
แต่การตัดสินโดยไร้ข้อมูล อาจทำให้คนดีหลายคนหมดกำลังใจ
จิตอาสาไม่ได้ต้องการเสียงปรบมือ
พวกเขาเพียงต้องการพื้นที่เล็ก ๆ ให้ได้ทำสิ่งที่เชื่อว่าถูกต้อง
บางครั้ง การไม่ซ้ำเติม
การไม่ด่วนตัดสิน
หรือเพียงคำว่า “ขอบคุณ”
อาจเป็นพลังสำคัญที่ทำให้ความดีเล็ก ๆ ในสังคม
ยังคงเดินหน้าต่อไปได้
